ทำความเข้าใจกับหลัก 4C นักอัญมณีจากสถาบันที่ได้รับการยอมรับ

Article_20210524

โดยปกติ นักอัญมณีจากสถาบันที่ได้รับการยอมรับระดับสากล เช่น GIA HRD IGI จะใช้กล้องส่องขยาย 10 เท่าในการพิจารณาคุณลักษณะของเพชรแต่ละเม็ด แล้วจึงระบุรายละเอียดของเพชรเม็ดนั้นไว้ในใบเซอร์ฯ ด้วยหลัก 4C of Diamond ซึ่งหมายถึง 4 คุณลักษณะของเพชร ประกอบไปด้วย น้ำหนักกะรัต (Carat) น้ำ/สี (Color) ความสะอาด (Clarity) และการเจียระไน (Cut) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่บ่งบอกได้ถึงคุณภาพและความงามของเพชรเม็ดนั้นๆ

C1: Carat

Carat (กะรัต) คือ หน่วยวัดที่ใช้ในการชั่งน้ำหนักเพชร โดยเพชร 1 กะรัตจะมีน้ำหนักเท่ากับ 0.2 กรัม และมีค่าเท่ากับ 100 สตางค์ ซึ่งหากเป็นเพชรที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 1 กะรัต มักจะนิยมเรียกเป็นตัง เช่น เพชร 0.30 กะรัต ก็จะนิยมเรียกว่าเพชร 30 ตัง หรือ 30 สตางค์ กะรัตจึงเป็นปัจจัยเดียวใน 4C ที่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนที่สุด เพราะต้องใช้เครื่องช่างที่มีความเที่ยงตรงเป็นพิเศษในการบ่งบอกน้ำหนักที่มีความละเอียดสูง

การเทียบราคาเพชรด้วยน้ำหนักกะรัตลำพังเพียงอย่างเดียว ก็ไม่ต่างจากการเทียบมูลค่าของผลงานภาพวาดศิลปะจากขนาด เพราะภาพวาดผืนใหญ่ที่เขียนโดยศิลปินผู้ไร้ฝีมือย่อมมิอาจเทียบกับภาพวาดขนาดเล็กที่รังสรรค์ขึ้นโดยปิกัสโซ่ ฉะนั้นเพชรที่มีกะรัตเท่ากันอาจมีราคาแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆที่เหลือใน 4C

โดยทั่วไปเพชรที่มีขนาดใหญ่กว่า น้ำหนักกะรัตมากกว่า ย่อมหาได้ยากกว่า จึงมักมีราคาที่สูงกว่า เพราะยิ่งเพชรมีขนาดใหญ่เท่าไร ราคาก็จะยิ่งสูงขึ้นในอัตราก้าวกระโดด ไม่ได้สูงขึ้นแบบแปรผันตรงอย่างที่หลายท่านอาจเข้าใจผิด

การเลือกน้ำหนักกะรัตที่เหมาะสมนั้นเป็นเรื่องของความพึงพอใจ และงบประมาณของแต่ละท่าน อโบฟไดมอนด์จึงมอบทางเลือกให้คุณสามารถเลือกเพชรจากโรงงานเจียระไนเพชรโดยตรง ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ของเรา เพื่อให้คุณสามารถเลือกซื้อเพชรที่มีขนาดกะรัตตามความชื่นชอบของ

C2: Color

Color หมายถึงน้ำของเพชร หรือสีของเพชร ซึ่งเพชรนั้นมีหลากหลายสี เช่น สีน้ำเงิน สีชมพู หรือแม้แต่สีเหลือง โดยสีของเพชรที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดสำหรับแหวนแต่งงาน คือ เพชรสีขาว และหากในเพชรขาวนั้นยิ่งมีสีเหลืองเจือปนมากแค่ไหน ก็จะส่งผลให้มูลค่าของเพชรเม็ดนั้นลดหลั่นลงไป

ในปัจจุบันการกำหนดน้ำของเพชรสีขาวจะใช้หลักสากลที่คิดค้นขึ้นโดยสถานบัน GIA ซึ่งจะเริ่มจากตัวอักษร D (เพชรน้ำ 100 ไร้สี) ไปจนถึง Z (เพชรน้ำ 78 สีอมเหลือง) โดยเพชรที่อยู่ในเกณฑ์ เบื้องต้นจะนับว่าเป็นเพชรสีขาว ถึงแม้ว่าเฉดสีจะมีความแตกต่างกันอยู่พอสมควร แต่หากเพชรเม็ดนั้นเป็นสีแฟนซีอย่างแท้จริง เช่น สีน้ำเงิน สีชมพู หรือสีเหลือง ก็จะใช้อีกหลักเกณฑ์หนึ่งในการบ่งบอกน้ำของเพชร

น้ำของเพชร นับว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่มีผลต่อราคาเพชร เช่น เพชรน้ำ 100 หรือเพชร D Color เป็นเพชรที่ขาวที่สุด ไม่มีสีเจือปนและได้รับความนิยมสูง จึงมีมูลค่าสูงกว่าเพชรน้ำรองซึ่งมีสีขาวอมเหลือง ส่งผลให้มีมูลค่าไม่มากเท่าเพชรที่มีน้ำสูงกว่า ทั้งนี้ไม่รวมไปถึงเพชรสีแฟนซี ซึ่งมีวิธีการประเมินมูลค่าแบบเฉพาะเม็ด

เพชรจากอโบฟไดมอนด์ทุกเม็ดจะได้รับการตรวจสอบน้ำของเพชรโดยใช้หลักสากลจากสถาบัน GIA เพื่อความมั่นใจว่าจะไม่เกิดความคลาดเคลื่อนของสีจากสภาพแวดล้อมรวมถึงการจัดแสงไฟให้ถูกต้องตามหลักมาตรฐาน นักอัญมณีของเราจึงสามารถวัดค่าน้ำของเพชรก่อนส่งมอบให้คุณได้อย่างแม่นยำ

C3: Clarity

Clarity หมายถึงความสะอาดของเพชร กล่าวคือเพชรแท้แทบจะทุกเม็ดบนโลกนี้ จะมีตำหนิที่อยู่ด้านในหรือด้านนอกเพชร เปรียบดังไฝบนเรือนร่างที่มาพร้อมกับเด็กแรกเกิด เป็นลักษณะที่จะบ่งบอกถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเพชรแต่ละเม็ด

ในภาษาของเพชรความสะอาดนั้นบ่งบอกได้ถึงความเล็กใหญ่รวมไปถึงความมากน้อยของตำหนิ โดยตำแหน่งของตำหนิจะส่งผลต่อความยากง่ายในการมองเห็น เช่น เพชรที่มีตำหนิอยู่บนด้านหน้าก็จะสามารถมองเห็นได้ง่ายกว่าตำหนิในส่วนขอบเพชร นอกจากนี้หากเพชรมีตำหนิขนาดใหญ่จำนวนมาก ก็อาจบดบังแสงที่ตกกระทบเนื้อเพชร ส่งผลต่อการเล่นไฟของเพชร

ความสะอาดของเพชร จึงเป็นหนึ่งในอีกปัจจัยที่จะสามารถบ่งบอกถึงมูลค่าของเพชร ยิ่งเพชรใสสะอาดมากก็จะยิ่งมีราคาสูง เช่น เพชรความสะอาดระดับ IF ย่อมมีราคาสูงกว่า เพชรที่มีความสะอาดระดับ VVS1, VVS2, VS1, VS2, SI1, SI2 ตามลำดับ โดยเพชรจะยิ่งมีราคาลดลงหากความสะอาดต่ำกว่าระดับ SI ลงมาเพราะคุณเริ่มจะสามารถมองเห็นตำหนิได้ด้วยตาเปล่านั่นเอง

โดยทั่วไป เพชรที่จำหน่ายอยู่ทั่วโลกกว่า 1 ใน 3 เคยผ่านการบวนการสมานแผลตำหนิจากห้องทดลอง โดยการยิงเลเซอร์เส้นตรงลงสู่ตำหนิและเติมกรดผ่านท่อเพื่อทำให้ตำหนิดูเล็กลง ซึ่งถึงแม้ว่าจะช่วยทำให้เพชรดูสวยงามยิ่งขึ้น แต่จะส่งผลทำให้มูลค่าของเพชรลดลง อโบฟไดมอนด์จึงไม่มีนโยบายจำหน่ายเพชรที่เคยผ่านกระบวนการสมานแผลตำหนิในทุกกรณี คุณจึงมั่นใจได้ 100%

C4: Cut

Cut ไม่ได้บ่งบอกเพียงรูปทรงของเพชร แต่บ่งบอกถึงเหลี่ยมหรือคุณภาพการเจียระไนด้วย อาทิ สัดส่วน พื้นผิวและความสมมาตร ความงดงามในการเล่นไฟของเพชรเม็ดหนึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยในส่วนนี้เป็นหลัก การเจียระไนจึงเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดที่ควรพิจารณาใน 4C

การเลือกเหลี่ยมเพชรเป็นสิ่งที่ซับซ้อนที่สุด เพราะจะส่งผลต่อปัจจัย 3 ข้อที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า คือ ประกายความสว่างที่เกิดจากการสะท้อนแสงสีขาวภายในเพชร (Brilliance) การเล่นไฟที่จะทำให้แสงแพร่กระจายครบทั้งสเป็กทรั่ม (Fire) และความระยิบระยับที่เกิดขึ้นเมื่อขยับเพชรไปมา (Scintillation)

การเจียระไนจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะบ่งบอกถึงมูลค่าของเพชรเม็ดนั้น เช่น เพชร 3 Excellent ย่อมมีราคาสูงกว่าเพชรที่เป็น Very Good, Good, Fair และ Poor ตามลำดับ โดยในบรรดาเพชรทรงกลมเหลี่ยมสวย 3 Excellent Cut คือเพชรที่มีสัดส่วน พื้นผิวและความสมมาตรในระดับยอดเยี่ยมที่สุด และหากมี Hearts & Arrows หรือลักษณะเป็นรูปหัวใจ 8 ดวงเมื่อมองจากด้านล่างเพชรและลูกธนู 8 ดอกเมื่อมองจากด้านบนร่วมด้วยก็จะยิ่งทำให้เพชรเม็ดนั้นยิ่งงดงาม เพราะเพชร H&A จำเป็นต้องใช้ช่างฝีมือสูง และใช้เวลามากกว่าเพชรเหลี่ยมปกติในการเจียระไน อีกทั้งยังต้องแต่งเกลาเนื้อเพชรทิ้งไปกว่า 15% เพราะฉะนั้นเพชรที่มี H&A จึงมีมูลค่าสูงกว่าเพชรทั่วไป

ที่อโบฟไดมอนด์เรามีเพชรคอลเลกชันพิเศษที่เรียกกว่า Above Ideal Cut™ ซึ่งมีเพชรจำนวนน้อยกว่า 0.1% ของทั้งโลกที่จะเข้าเกณฑ์นี้ได้ เพราะเป็นเพชรที่นักอัญมณีของเราคัดเลือกอย่างละเอียดภายใต้มาตรฐานที่สูงที่สุด

เพื่อให้คุณมั่นใจว่าเพชรของคุณจะเล่นไฟได้อย่างงดงามเป็นประกายที่สุด จึงควรค่าแก่การครอบครองและส่งมอบเป็นมรดกให้กับคนที่คุณรัก

 

 

Photos / Content Credit: ABOVEDIAMOND

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้